
เคยสงสัยไหมคะ ทำไมแบรนด์ระดับโลกหลายๆแบรนด์ถึงยอมจ่ายเงินเพื่อ ทำ A/B Testing แค่เรื่องสีของปุ่มสั่งซื้อ? นั่นเป็นเพราะในโลกของการตลาดออนไลน์ “สี” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นเหมือนหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกของคนที่เห็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สีแดง เราจะรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัย ให้หยุด อันตราย เร่งด่วน หรือ สีเขียว ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย เป็นมิตร ธรรมชาติ ผ่านได้ตลอด
ซึ่งกว่า 90% ของคนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าในเสี้ยววินาทีแรกนั้น อิทธิพลของสีก็มีผลอย่างหนึ่งที่กระตุ้นความรู้สึกให้รีบกดสั่งซื้อในทันที วันนี้ซันนี่จะพามาเจาะลึกกันว่า
จิตวิทยาสีทำงานอย่างไร?
แต่ละสีมีความหมายอย่างไร ในเชิงการตลาด?
สีไหนโดดเด่นที่สุด และเหมาะกับการใช้เป็นปุ่มสั่งซื้อ

การทำงานของจิตวิทยาสีไม่ได้บ่งบอกถึงเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้นนะคะ แต่ยังคือ กระบวนการทางชีวภาพและจิตวิทยา ที่เกิดขึ้นในสมองของคนเรา โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับหลัก คือ
สมองของมนุษย์สามารถตอบสนองต่อสีเพื่อความอยู่รอด กระบวนการนี้จะทำงานผ่านระบบประสาทส่วนกลางโดยที่เราไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเช่น
สีแดง : เมื่อตาเห็นสีแดง ร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีน หัวใจเต้นเร็วขึ้น กระตุ้นความรู้สึกหิว หรืออันตราย นั่นทำให้ปุ่ม ลดราคา หรือปุ่ม สั่งซื้อด่วน มักใช้สีแดงเพื่อสร้างความรู้สึกเร่งรีบ เพื่อให้เรารีบตัดสินใจซื้อในทันที
สีน้ำเงิน / เขียว : ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้รู้สึกสงบทำให้คนเรารู้สึกถึงความปลอดภัย จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกสิกร ,AIS ,Grab ,Lineman
สมองของคนเรามักเรียนรู้ที่จะจับคู่สีกับสิ่งของ หรือสถานการณ์ในชีวิตจริง ยกตัวอย่างเช่น
สีเหลือง : แสงแดด และความสุข คนเรามักมองสีเหลืองเป็นความสดใส แบรนด์ที่อยากดูเป็นมิตร เข้าถึงง่าย จึงมักใช้สีนี้เป็นหลัก
สีเขียว : ธรรมชาติ และความงอกเงย เมื่อเห็นสีเขียว เราจะนึกถึงความสดสะอาด ธรรมชาติ และเงินทอง
(สีของธนบัตรในหลายสกุลเงิน) แบรนด์ที่ใช้สีนี้ จะมีภาพลักษณ์ที่ทำให้รู้สึก ปลอดภัย และมั่งคั่ง
สีหนึ่งสีอาจมีความหมายต่างกันตามความเชื่อของแต่ละกลุ่มคน หรืออิทธิพลที่ส่งผลกับมุมมองของสีนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น
สีม่วง : สมัยก่อนสีย้อมสีม่วงหายาก และแพงมาก เราจึงถูกสอนต่อๆ กันมาว่าสีม่วงคือสีของ ความหรูหรา ชนชั้นสูง และความลึกลับ
สีดำ : สื่อถึงความเด็ดเดี่ยว ความเป็นมืออาชีพ และความแพง ในทางการตลาด สีดำยังช่วยให้สินค้าดูมีมูลค่าสูงขึ้น และดูคลาสสิก
แล้วทำไมสีถึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ?
เพราะเมื่อลูกค้าเห็นสีปุ่ม สมองจะประมวลผลและตั้งคำถามขึ้นมาว่า น่าเชื่อถือไหม น่าตื่นเต้นหรือเปล่า ภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ทำให้ในทางการตลาด การใช้สีให้ตรงกับอารมณ์ที่เราอยากให้เขารู้สึกในขณะนั้น ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้นั่นเองค่ะ

การเลือกใช้สีในการตลาดไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการตลาดผ่านระบบประสาท ซึ่งคนเรานั้นใช้เวลาเพียง 90 วินาที ในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ตรงหน้า และ 62-90% ของการตัดสินใจนั้นตัดสินจากสีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มองตรงส่วนอื่น
และนี่คือความหมายของแต่ละสี และการใช้ในเชิงการตลาดค่ะ

ถึงแม้ทางทฤษฎีจะบอกว่า สีส้ม และสีแดง กระตุ้นอารมณ์ได้ดี แต่พฤติกรรมของลูกค้าแต่ละกลุ่มนั้นต่างกัน วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการทำ A/B Testing (หรือ Split Testing) ค่ะ ซึ่งคือกระบวนการทางสถิติที่ช่วยตัดสินใจด้วย ข้อมูลแทนความรู้สึก
ในการทำ A/B Testing ควรจะต้องเปลี่ยนแค่ทีละอย่าง เช่น ถ้าจะทดสอบสีปุ่ม ก็ไม่ควรเปลี่ยนคำโปรย หรือรูปภาพพร้อมกัน เพื่อให้รู้แน่ชัดว่ายอดที่พุ่งขึ้นนั้น มาจากการเปลี่ยนสีปุ่มค่ะ
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่สีสวยอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือการทำให้ปุ่มเด่นแยกออกมาจากส่วนอื่น เพื่อบังคับสายตาลูกค้าให้พุ่งไปที่ปุ่มกดสั่งซื้อสินค้า สีปุ่มต้องตัดกับพื้นหลังเสมอ เลี่ยงสีเทาที่ดูเหมือนกดไม่ได้ หรือสีที่กลืนไปกับธีมเว็บของเรา เหมือนกรณีบางแบรนด์ที่เปลี่ยนปุ่มเป็นสีแดง แล้วยอดคลิกเพิ่มขึ้น 21% เพราะสีตัดกับหน้าเว็บโทนเขียวอย่างชัดเจน
SUNNYSIDEUP STUDIO