
Customer Journey เปรียบเสมือนการเดินทางของลูกค้า จากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสู่คนที่ตัดสินใจซื้อและกลายเป็นลูกค้าประจำ
นี่จึงเป็นเหมือนการจำลองว่า “กว่าจะมาเป็นลูกค้า” ต้องผ่านขั้นตอนไหนมาบ้าง ซึ่งจะช่วยให้นักการตลาด เจ้าของแบรนด์ และผู้ทำธุรกิจทั้งหลายเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

โลกการตลาดในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่ทุกวัน ทำให้เรามีแพลตฟอร์มที่ใช้ในการโฆษณาและซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E Commerce) มากมายเต็มไปหมด ส่งผลให้การรับรู้ของลูกค้า การโฆษณาของแบรนด์ รวมถึงขั้นตอนการชำระเงินเปลี่ยนไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่น
ความซับซ้อนดังกล่าวนี้เอง ทำให้เราต้องวางแผนอย่างถี่ถ้วน ว่าเราขายอะไร เหมาะกับใคร ลูกค้าจะหาเราเจอได้อย่างไร เราต้องโฆษณาแบบไหน และจะรักษาประสบการณ์ที่ดีหลังจากที่ลูกค้ามาซื้อของกับเราได้อย่างไร เพื่อให้เขากลับมาซื้อซ้ำหรือนำไปบอกต่อได้ นี่แหล่ะค่ะคือความสำคัญของ Customer Journey

ก่อนจะซื้อของจากเราได้ ลูกค้าต้องรู้จักเราก่อน แต่เราจะทำให้ลูกค้ารู้จักได้อย่างไร?
อันดับแรกเราต้องรู้จักตัวเอง ว่าเราขายอะไรและจะขายให้ใคร เพื่อที่จะได้หาช่องทางประชาสัมพันธ์และวิธีการที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด โดยเราอาจสร้าง Awareness ได้ ดังนี้
เมื่อเราได้รู้จักแบรนด์หรือสินค้าแล้วเริ่มเกิดความสนใจ สิ่งต่อไปที่เราจะทำคือหาข้อมูลเกี่ยวกับของหรือแบรนด์นั้นๆ ใช่มั้ยคะ นั่นคือขั้นตอนนี้ค่ะ!
ขั้นตอนการพิจารณาว่าจะซื้อดีหรือไม่ มักจะเป็นการหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้าในแอปฯ ช้อปปิ้ง การหาข้อมูลจากคลิปในยูทูป รวมไปถึงแพลตฟอร์มต่างๆ หรือแม้แต่จุดยืนของแบรนด์ที่ทำให้เราอยากสนับสนุน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเช่นกันค่ะ
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้ออะไร สิ่งต่อไปที่ลูกค้ามองหาคือช่องทางการซื้อขายค่ะ เช่น
ในขั้นตอนนี้ ยิ่งง่าย ราบรื่น รวดเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะช่วยเพิ่มความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นค่า
เป็นขั้นตอนสืบเนื่องมาจาก 3 ขั้นตอนแรก ว่าสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงคุณภาพของสินค้าหลังซื้อไปใช้และบริการหลังการขายที่ได้รับ หากทุกอย่างถูกใจไม่มีอะไรติดขัด ก็ไม่ยากเลยที่แบรนด์จะได้ลูกค้าประจำค่ะ
เคยไหมคะ เมื่อเราเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์หรือร้านอะไรสักอย่าง ก็อยากจะบอกต่อให้คนรู้จักหรือคนที่สนิทไปใช้ตาม ซึ่งการบอกต่อนี้ได้ผลดียิ่งกว่าการที่แบรนด์ทุ่มงบทำโฆษณาเสียอีก เพราะคำแนะนำที่มาจากปากคนที่เรารู้จัก มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือและน่าไว้ใจมากกว่าคำโฆษณาจากสื่อค่ะ
สรุปแล้ว การศึกษา Customer Journey คือการสร้าง Brand Loyalty ในระยะยาวนั่นเองค่ะ นี่จึงเป็นการวางแผนการตลาดที่ผู้ทำธุรกิจควรหาข้อมูลและวางแผนให้ดี จะได้มีลูกค้าขาประจำที่อยู่กับแบรนด์อีกนานๆ 🥰
ขอบคุณข้อมูลจาก
SUNNYSIDEUP STUDIO